ประวัติความเป็นมา
                               

 
 ประวัติความเป็นมา
 
                     บริเวณสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง ในปัจจุบัน มีสถานะทางกฎหมายเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทุ่งค่าย (กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๕๗ (พ.ศ.๒๕๑๐) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๘๔ ตอนที่ ๑๒๕ ลงวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๑๐)  ได้มีการพัฒนาโดย นายยอด  คีรีรัตน์ ป่าไม้จังหวัดตรังในสมัยนั้น สั่งการให้นายประพจน์ สัตถาภรณ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ และนายสกล แก้วมี สำรวจพื้นที่และขออนุมัติจัดตั้งเป็นสวนรุกขชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากนายชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และพันโทสนั่น ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานเปิดสวนรุกขชาติทุ่งค่าย ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑

 
                  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ ได้พัฒนายกฐานะเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ตามดำริของ ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เนื่องจากมีการจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ขึ้น แต่มีสวนพฤกษศาสตร์ที่มาตรฐานในภาคเหนือ คือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จึงได้ดำริให้กรมป่าไม้จัดหาพื้นที่ที่จะพัฒนาเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่มีมาตรฐานสากลในท้องที่ภาคใต้ จึงได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นโดยมี ศ.ดร.เต็ม สมิตินันท์ ผู้เชี่ยวชาญพฤกษศาสตร์ป่าไม้ เป็นประธาน โดยมีข้อสรุปเลือกพื้นที่สวนรุกขชาติทุ่งค่าย ในท้องที่อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชุมชน มีศักยภาพที่เหมาะสม ส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ จึงเสนอให้กรมป่าไม้ จัดตั้งเป็นสวนพฤกษศาสตร์สากลภาคใต้ขึ้นเพื่อดำเนินงานตามมาตรฐานสากล อยู่ในกำกับดูแลของส่วนพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิชาการป่าไม้ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๔๖ มีการปรับปรุงระบบราชการ สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง มาสังกัดสำนักบริหารจัดการพื้นที่ป่าอนุรักษ์ที่ ๒๐ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง สังกัดสำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
ลักษณะภูมิประเทศ 
    เป็นที่ราบ มีเนินเขาเตี้ยๆ ซึ่งเป็นต้นน้ำของลำห้วยสายเล็กๆสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ๑๕-๔๐ เมตร จุดสูงสุดของพื้นที่คือ “ควนช่างหมาด”มีระดับความสูง ๔๐ เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดินเป็นดินทรายและดินร่วนปนทราย ซึ่งมีสภาพเป็นกรดอ่อน สภาพป่ามี ๒ ประเภท คือ ป่าดิบชื้น และป่าพรุ ป่าดิบชื้นมีประมาณร้อยละ ๘๒.๔ ของพื้นที่ ไม้เด่น ได้แก่ ไม้วงศ์ยาง เช่น เคี่ยม กระบาก พะยอม ยางมันหมู ตะเคียน ฯลฯ ป่าพรุมีประมาณร้อยละ ๗.๖ ของพื้นที่ ไม้เด่น ได้แก่ตังหนใบใหญ่ ชะมวงกวาง หว้าพรุ ลำแพน ระกำ หลุมพี ฯลฯ ส่วนอีกร้อยละ ๑๐ ของพื้นที่เป็นพื้นที่ป่าพื้นสภาพและเขตบริการ
 ลักษณะพืชพรรณตามธรรมชาติในบริเวณสวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย จังหวัดตรัง แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด ดังนี้
                      ๑.ป่าดิบชื้น (Moist evergreen forest) ปกคลุมบริเวณตอนกลางของพื้นที่ มีพื้นที่ปกคลุมร้อยละ ๘๒.๔ ของพื้นที่ทั้งหมด ลักษณะโครงสร้างตามแนวดิ่งของป่าแบ่งได้เป็น ๓ ชั้นเรือนยอด ไม้ชั้นบนที่เป็นชั้นเรือนยอดไ ม้เด่นมีความสูง ๒๑-๓๐ เมตร เช่น เคี่ยม กระบาก ยางมันหมู ยางยูง กะออก เป็นต้น ไม้ชั้นกลางมีความสูงประมาณ ๑๕-๒๐ เมตร ชนิดที่สำคัญ เช่น เฉียงพร้านางแอ หว้า สะท้อนรอก ส้าน มะตาด แซะ ก่อตลับตับปูน ตีนเป็ด ส่วนไม้ชั้นล่างมีความสูงประมาณ ๗-๑๔ เมตร ชนิดที่สำคัญ เช่น พลับพลา ขันทองพยาบาท กันเกรา มะไฟ และไม้พื้นล่างประกอบด้วยพืชจำพวก ข่า
                    ๒.ป่าพรุ (Peat swamp forest) พบบริเวณรอบนอกของพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณทางทิศใต้ของพื้นที่ มีพื้นที่ปกคลุมร้อยละ ๗.๖ ของพื้นที่ทั้งหมด สภาพทั่วไปมีน้ำจืดท่วมขัง ลักษณะโครงสร้างแบ่งออกได้เป็น ๓ ชั้นเรือนยอด ชั้นบนสุดเป็นไม้ขนาดใหญ่ เช่น ชุมแสง กะออก ขี้หนอนพรุ ตังหน หว้าพรุ เป็นต้น ชั้นรองลงมาเป็นพรรณไม้ขนาดกลาง เช่น ตะเคียนราก ละไมพรุ และยาร่วงพรุ ชั้นต่ำลงมาเป็นไม้ขนาดเล็ก เช่น เสม็ด สังเครียด ส้านน้ำ ไม้พื้นล่างประกอบด้วยจำพวกคลุ้ม ลิ้นทิง หม้อข้าวหม้อแกงลิง หวายลิง กะพ้อ และหลุมพี
นอกจากป่าสองชนิดดังกล่าวข้างต้นแล้ว ยังมีพื้นที่เขตบริการ ได้แก่ อาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ สระน้ำ และพื้นที่ที่เป็นป่าฟื้นสภาพ ประมาณร้อยละ ๑๐ ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ถูกบุกรุกแผ้วถาง และมีไม้ยืนต้นบางชนิด เช่น เสม็ด ขึ้นอยู่กระจายห่างๆ บางบริเวณมีพืชกินแมลงขึ้นอยู่ด้วย
 
 
 

 
 
 
 
 
 
Canopy Walkway:

 
One of the highlights for visitors is the canopy walkway, which is the first and only one of its kind in Thailand. It was built in 2003, with six observation towers at various heights. The walkway is approximately 175 metres long with three levels of height : the first level being about 10 metres high, the second about 15 metres, and the highest about 18 metres.

 
Swamp Forest Trail:
The PBG has a number of well maintained trails, including an all-weather educational trail through a patch of peat swamp forest. The trail is approximately 1,000 metres long. The trail provides an opportunity to see stilt roots, buttresses and the morphological diversity of pneumatophores (breathing roots formed above ground due to the lack of oxygen in the water).